วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ASUS “ROG” เปิดตัวมาเธอร์บอร์ด Z87 สำหรับคอเกม



Republic of Gamer (ROG) โดยเอซุส จัดงานแถลงข่าวประกาศเปิดตัวมาเธอร์บอร์ดสามรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อกและสมรรถนะในการเล่นเกมที่สูงสุด มาพร้อมชิพเซ็ต Intel® Z87 เพื่อรองรับหน่วยประมวลผลในเจนเนอเรชั่นที่ 4 เพื่อตอบสนองคอเกมและผู้สนใจปรับแต่งสมรรถนะเครื่องพีซีให้แรงเหนือชั้น เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ Hard Rock cafe สยามสแควร์
Republic of Gamer (ROG) โดยเอซุส จัดงานแถลงข่าวประกาศเปิดตัวมาเธอร์บอร์ดสามรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการโอเวอร์คล็อกและสมรรถนะในการเล่นเกมที่สูงสุด มาพร้อมชิพเซ็ต Intel® Z87 เพื่อรองรับหน่วยประมวลผลในเจนเนอเรชั่นที่ 4 เพื่อตอบสนองคอเกมและผู้สนใจปรับแต่งสมรรถนะเครื่องพีซีให้แรงเหนือชั้น เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ Hard Rock cafe สยามสแควร์
ROG MAXIMUS VI-EXTREAM
ASUS Z87

โดยมาเธอร์บอร์ดทั้ง 3 รุ่นนี้ของ ROG นี้เป็นการผลิตต่อยอดจากแผงวงจรและบอร์ดชั้นเลิศ และเสริม ROG UEFI BIOS รุ่นอัพเกรดใหม่เพื่อรองรับให้ปรับการตั้งค่าเครื่องพีซีได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่ยังคงง่ายและสะดวกต่อผู้ใช้งาน นอกจากนั้น ROG ยังคงมอบฟีเจอร์สุดพิเศษให้กับลูกค้ามากกว่ารายอื่นในตลาดเช่นเคยกับ SSD Secure Erase ที่รวมอยู่ใน ROG UEFI BIOS ให้คุณลบข้อมูลได้แบบไม่ยุ่งยาก รวมถึงการคืนค่าสมรรถนะ SSD จากใน BIOS เองโดยไม่ต้องพึ่งพาซ้อฟท์แวร์ภายนอก

นอกจากนี้ มาเธอร์บอร์ด Z87 ใหม่จาก ROG ยังใช้ชิ้นส่วนคุณภาพพรีเมี่ยมเพื่อให้มั่นใจว่ามีเสถียรภาพและสมรรถนะที่ยืนยาวขึ้น อาทิภาคจ่ายไฟ Extreme Engine Digi+ III ซึ่งเป็นระบบดิจิตอลทั้งหมด ทำให้สามารถจ่ายไฟให้กับ CPU และหน่วยความจำได้อย่างแม่นยำและมีเสถียรภาพสูงสุด อีกทั้งยังเสริมด้วยโช้ค 60A-rated BlackWing โซลิต  คาปาซิเตอร์ 10K Black Metallic และ NexFET MOSFETs ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ทำให้รองรับได้แม้แต่เกมที่ต้องใช้สเป็คสูงหรือการโอเวอร์คล็อกแบบสุดโหด


นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ที่มีในมาเธอร์บอร์ดทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ 2nd Generation T-Topology DRAM ที่ช่วยเพิ่มความถี่หน่วยความจำให้สูงขึ้นแม้ในยามโหลดเต็ม, 4-Way Optimization ในคลิ๊กเดียว ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของ    มาเธอร์บอร์ด Z87 จากเอซุสทุกรุ่น, เทคโนโลยี RAMDisk ที่ดึงแรมระบบที่เหลือ 80 เปอร์เซ็นต์มาใช้เก็บข้อมูลแบบเร็วจี๋กว่า 10,000MB/s ซึ่งเร็วกว่า SATA SSD ปกติถึงกว่า 20 เท่า

ROG MAXIMUS VI-GENE: มาเธอร์บอร์ด micro-ATX สุดยอดทางเลือกสำหรับคอเกมและนักโอเวอร์คล็อก

ถึงจะกะทัดรัดกว่า แต่ MAXIMUS VI-GENE ก็อัดแน่นด้วยฟีเจอร์เฉพาะของ ROG มากมาย รวมถึงการ์ด mPCIe Combo II ที่ช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อ (ไม่รวมตัวเชื่อมต่อ Wi-Fi/Bluetooth) อีกทั้งให้คุณเล่นเกมได้แม่นยำและรู้รอบทิศกว่าเดิมด้วย Sonic Radar ที่แสดงภาพบนหน้าจอให้เห็นที่อยู่และทิศทางของคู่ต่อสู้ เพื่อนร่วมทีม รวมถึงเอ็ฟเฟ็กต์ต่างๆเช่นปืนและระเบิด เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเกมยิงอย่าง FPS และ TPS
นอกจากนั้นยังมาพร้อม SupremeFX ซึ่งเป็นการ์ดเสียงที่นำเทคโนโลยี audio multi-shielding มาใช้เป็นรายแรกเพื่อไม่ให้เกิดคลื่นเสียงรบกวน อีกทั้งยังใช้คาปาซิเตอร์ระดับพรีเมี่ยมจาก ELNA และระบบประมวลสัญญาณชั้นสูงพร้อมลำโพง Op-Amp ในตัวเพื่อให้ได้เสียงกระหึ่มคมชัดถึง 115 เดซิเบล SNR เหมาะสำหรับคอเกมและผู้รักการดูหนังฟังเพลงที่ต้องการมิติเสียงเหนือใคร

อีกทั้งยังมี Intel® Ethernet และ ตัวจัดการแบนด์วิธ ROG GameFirst II ช่วยเสริมประสิทธิภาพเครือข่ายเพื่อลดอาการอืดและลดการใช้งาน CPU ให้คุณเล่นเกมหลายผู้เล่นได้แรงสะใจไม่กระตุก


เรียกได้ว่าเป็นมาร์เธอร์บอร์ดที่เร็วและแรง เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบเล่นเกมฮาร์ดคอร์ใช้พลังงานเครื่องสูง ซึ่งตัวไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณ ก็สามารถเลือกใช้กันได้เลย หรือสามารถดูข้อมูลด้านเทคนิคของผลิตภัณฑ์ฉบับเต็มสามารถเข้าไปชมได้ที่ www.asus.com

NVIDIA เปิดตัวการ์ดจอรุ่นน้อง GTX 780


หลังจากที่เปิดตัวการ์ดจอที่แรงมีสุดในโลกไปเรียบร้อยแล้วอย่าง GeForce GTX Titan กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สนนราคาก็สามารถซื้อคอมพิวเตอร์ระดับกลางได้ 1 ชุดเลยทีเดียว ล่าสุดทาง NVIDIA ก็ได้เปิดตัวการ์ดจอรุ่นใหม่ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่มีงบมากพอที่จะแตะ GeForce GTX Titan ได้กับรุ่น "GeForce GTX 780" สำหรับการ์ดจอตัวนี้จุดเด่นก็คงเป็นได้ใช้เทคโนโลยี GK110 ตัวเดียวกับการ์ดจอรุ่นใหญ่ GeForce GTX Titan แต่จะเรียกว่าเป็นการ์ดจอที่ตัวท็อปสุดในเวลานี้ไม่ได้ และ ประสิทธิภาพรวมๆยังเป็นรองการ์ดจอรุ่น GeForce GTX Titan อยู่พอสมควร แต่ด้วยที่ราคาถูกกว่าอยู่หลายเท่า จึงทำให้การ์ดจอ GeForce GTX 780 เป็นที่จับตามองของเหล่าเกมเมอร์ไม่น้อยค่ะ
ที่สำคัญเลยสำหรับใครที่ชอบต่อการ์ดจอหลายตัว ( SLI ) เจ้า GeForce GTX 780 ก็แสดงประสิทธิภาพได้ดีเยี่ยม ซึ่งตามปกติแล้วการ์ดจอรุ่นเก่าของซีรี่ย์นี้เวลาใช้งานรูปแบบ SLI มักจะเพิ่มประสิทธิภาพไม่เต็มที่เท่าไหร่ แถมเจอบางเกมก็ไม่ได้รองรับการต่อการ์ดจอหลายตัวก็ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามาภายหลัง แต่สำหรับการ์ดจอรุ่น GeForce GTX 700 ขึ้นไป ทาง NVIDIA บอกว่าเมื่อใช้งานจริงแล้วจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 75% ฟังแบบนี้แล้วก็ทำเอาคนที่คิดว่าจะต่อการ์ดจอตัวเดียวต้องลังเลกันเลยทีเดียวค่ะ และอีกหนึ่งความสามารถที่การ์ดจอตัวนี้สามารถทำได้ก็คือการปลดล็อคขีดจำกัดของ Frame Rate ( FPS ) จากเดิมที่สูงสุดอยู่ที่ 60 ก็สามารถปลดล็อคได้สูงถึง90 FPS กันเลยทีเดียว งานนี้คงจะได้เล่นเกมลื่นไหลหัวแตกมากกว่าเดิมแน่นอนค่ะ เอาละพูดคุณสมบัติไปเยอะมาดูสเปกของการ์ดจอตัวนี้กันค่ะ



Specs GeForce GTX 780

• Cuda Cores: 2,304 Cores.
• Base Clock: 863 MHz.
• Boost Clock: 900 MHz.
• Memory Clock: 6.0 Gbps.
• Standard Memory Config: 3 Gb.
• Memory Interface Width: 384-bit GDDR5
• Memory Bandwidth: 288.4 Gb./sec
• สนับสนุน OpenGL 4.3
• NVIDIA Project SHIELD: Ready
• PCI Express 3.0
• รองรับจอภาพ 4 จอภาพ ภายในเวลาเดียวกัน
• ความละเอียดสูงสุดในระบบดิจิตอล คือ 4K (4096*2160)
• กินไฟที่ 250 W. ต้องสายไฟ้าแบบ 8-Pin 1 สาย และแบบ 6-Pin อีก 1 สาย
• สนนราคาเริ่มต้นที่ $649 หรือตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 19,470 บาท




ที่มา : playinter

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

NVIDIA เปิดตัวการ์ดจอรุ่นพิเศษ GeForce GTX TITAN


วันนี้ (19 ก.พ.) NVIDIA ได้ทำการปล่อยการ์ดจอรุ่นพิเศษ โดยจะใช้ชื่อรุ่นว่า GeForce GTX Titan โดยเจ้า Titan ให้มาพร้อม CUDA Cores ที่มากถึง 2688 Cores ส่งผลให้สามารถประมวลผลด้วยความเร็วมากถึง 4.5 Teraflops
NVIDIA นำการ์ดจอใบนี้ ไปทดสอบประมวลผลกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง TITAN (ถ้าจำไม่ได้ ย้อนดูข่าวนี้) ที่ Oak Ridge National Laboratory ในรัฐเทนเนสซีเมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา และเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จ NVIDIA จึงสู่การ์ดจอตัวดังกล่าวสู่ตลาดโดยใช้ชื่อ GeForce GTX Titan ครับ
ส่วนรายละเอียด ราคา ภาพ และวีดีโอ เชิญหลังเบรค และที่มาเลยครับ
โดยสเปคคร่าวๆ ก็จะมีดังต่อไปนี้:
ใช้สถาปัตยกรรม Kepler อยู่ครับ
GPU Model: GK110 ซึ่งถูกใช้กับ NVIDIA Tesla K20 มาก่อนหน้านี้แล้ว
CUDA Cores: 2688 Cores มากกว่า GeForce GTX 680 ถึง 75% (GeForce GTX 680 มีเพียง 1586 Cores เท่านั้น
Base Clock: 837 MHz
Boost Clock: 876 MHz
Texture Fill Rate: 187.5 billon/sec
Memory Clock: 6.0 Gbps
Standard Memory Config: 6144 MB
Memory Interface Width: 384-bit GDDR5
Memory Bandwidth: 288.4 GB/sec
สนับสนุน OpenGL 4.3
GPU Boost: 2.0 ซึ่งใน GeForce GTX 680 เป็นรุ่น 1.0
NVIDIA Project SHIELD: Ready
PCI Express 3.0
รองรับจอภาพ 4 จอภาพ ภายในเวลาเดียวกัน
ความละเอียดสูงสุดในระบบดิจิตอล คือ 4K (4096*2160)
กินไฟที่ 250 W ต้องสายไฟฟ้าแบบ 8-pin 1 สาย และแบบ 6-pin อีก 1 สาย (ดังนั้นกินไฟฟ้ามากกว่า GeForce GTX 680 อีกนะครับ)
โดยรูปลักษณ์หน้าตาเจ้า Titan นี้ ดูได้จากข้างล่างเลยครับ


   


โดย NVIDIA GeForce GTX Titan นี้ จะวางขายวันที่ 25 ก.พ. นี้
ส่วนสนนราคา สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของก็อยู่ที่ราคา 899-1,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 26,970-30,000 บาท (คนแถวๆ นี้ คงจะร้องว่า โอ๊ย... ราคาแค่นี้จิ๊บๆ ขนหน้าแข้งไม่ร่วง หรือแพงกว่านี้ มีอีกไหม?? แต่ผมว่า จิบ ไม่จิบ รอดู benchmark ดีไหมครับ)

ที่มา :  NVIDIA Introduces GeForce GTX TITAN - Press Release, NVIDIA Powers Titan - Press Release, NVIDIA,Geforce.com และ NVIDIA’s CUDA: Kepler GK110 - Whitepaper

AMD เปิดตัว CPU 8 แกนประมวลผล FX-8150


หลังจากเปิดตัวไปแล้วนะครับกับ APU (CPU) AMD FX-8150 สำหรับในประเทศไทยก็ได้รับเกียรติจาก AMD ให้ชุดทดสอบมาถึง 4 ชุด ซึ่งมากที่สุดในอาเซียนเลยนะครับ
สำหรับสเปคของตัวซีพียูนั้น ดูได้จากรูปเลยครับ


โดยตัว APU FX-8150 เป็นตัวท๊อปของรุ่น ที่มีแกนการประมวลผล 8 แกนแท้ๆ ไม่ใช่แบบ 4 แกน แล้วเป็นเทรดการประมวลผลอีก 4 เหมือนของอีกค่ายหนึ่งนะครับ โดยจะเป็น APU 8 แกน 8 เทรด ครับ นอกจากนี้ FX-8150 ยังมีหน่วยความจำแคชทั้ง L2 และ L3 ขนาด 8 MB เต็มที่เลยครับ และมีความเร็วมาตรฐานอยู่ที่ 3.6 GHz และสูงสุด 4.2 GHz ดังตารางข้างบนเลยครับ โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ไม่มีการล็อคตัวคูณสัญญาณซึ่งก็ทำให้เราสามารถที่จะ over clock ตัว FX-8150 นี้ได้นะครับ
สำหรับการทดสอบ ซึ่งรุ่นที่ทดสอบเป็น AMD FX-8150 Black Edition และข้อมูลรายละเอียดนั้น สามารถติดตามได้ดังนี้ครับ






ที่มา :  overclockzone

Intel เปิดตัว CPU ตัวใหม่




    ล่าสุด intel บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการ CPU บน PC ก็ได้เปิดตัว CPU ตัวใหม่ของตนเองแล้วโดยใช้ชื่อว่า Haswell สำหรับเจ้า Haswell เองก็ยังคงใช้กระบวนการผลิต 22 นาโนเมตรเช่นเดียวกับ Ivy Bridge เดิมแต่ข้อแตกต่างระหว่าง Haswell กับ Ivy Bridge คือการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมใหม่การผลิตใหม่หมดนอกจากนี้ทาง intel ก็ยังได้เปิดเผยมาว่า CPU รุ่นถัดไปก็ยังคงใช้สถาปัตยกรรมเดิมของ Haswell อยู่แต่จะเปลี่ยนกระบวนการผลิตมาเป็น 14 นาโนเมตรถึงแม้ CPU ตัวใหม่จะมีความเร็วต่างกันเพียงแค่ 15% แต่เรื่องของการประหยัดพลังงานประหยัดไปได้ถึง 20 เท่า จากรุ่นก่อนเลยทีเดียว


   ประหยัดพลังานจากเดิมถึง 20 เท่า ก็ยังไม่พอเมื่อ intel ก็ได้เปิดเผยมาอีกด้วยว่า GPU หรือหน่วยประมวลกราฟิกที่อยู่บน Haswell จะมีประสิทธิภาพดีกว่า GPU ที่อยู่บนรุ่นก่อนๆถึง 2.5 เท่า

Iris Pro 5200 ประสิทธิภาพดีกว่า 2.5 เท่าตัว
Iris 5100 ประสิทธิภาพดีกว่า 2 เท่าตัว
HD 5000 และ HD 4600 ประสิทธิภาพดีกว่า 1.5 เท่าตัว

ส่วน CPU ที่อยู่บนฝั่ง PC ที่ได้ทำการเปิดตัว ได้แก่ Core i7 , Core i5 โดย CPU ทั้ง 2 ตัวจะมีรุ่นย่อยทั้งหมด 6 รุ่นย่อย สำหรับรหัสที่ใช้เรียกรุ่นย่อยในแต่ละรุ่นจะขึ้นต้นด้วย 4xxx ทั้งหมด

ที่มา : pantip